วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การสืบค้นข้อมูล

การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
กำหนดวัตถุประสงค์การสืบค้นSearch Engine ให้เหมาะสม กำหนดช่วงเวลาที่(Validity) ตามวัตถุประสงค์ และมีความน่าเชื่อถือ (Reliability) มากที่สุด ประเภทของข้อมูลสารสนเทศที่สามารถสืบค้นได้(Text) ภาพวาด (Painting) ภาพเขียนหรือภาพลายเส้น (Drawing) ภาพไดอะแกรม Diagram) ภาพถ่าย (Photograph) เสียง(Sound) เสียงสังเคราะห์ เช่น เสียงดนตรี (Midi) ภาพยนตร์(Movie) ภาพเคลื่อนไหวอะนิเมชัน (Animation) จากเทคโนโลยีการสืบค้นที่มีอยู่ในปัจจุบัน การสืบค้นที่เร็ว(Pattern Recognition) และเสียง ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก ใช้เวลานาน และยังไม่มีอาศัยอุปกรณ์และความรู้Modem ในกรณีที่ใช้คู่กับLAN Card ในกรณีที่ใช้คู่กับระบบเครือข่ายที่ได้รับการติดตั้งไว้แล้ว ซอฟต์แวร์(Communication Software) เช่น Dial-up Networking ในกรณีใช้ Modem หรือมีการติดตั้ง Network Protocol Adapter อินเทอร์เน็ต ที่เหมาะสมกับระบบเครือข่ายที่เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นติดตั้งอยู่และติดตั้ง Networkที่เหมาะสมสำหรับ LAN Card นั้นๆ ต้องสมัครเป็นสมาชิกขององค์การหรือบริษัทผู้ให้บริการ(Internet Service Provider หรือ ISP) เพื่อเป็นช่องทางออกสู่อินเทอร์เน็ต นอกจากอุปกรณ์(Computerความรู้ภาษาอังกฤษเนื่องจากข้อมูลสารสนเทศส่วนใหญ่ในอินเทอร์เน็ตเป็นภาษาอังกฤษ และยัง บริการบนอินเทอร์เน็ตWord-Wide-Web(WWW) บริการค้นหาข้อมูล Gopher บริการArchie นอกจากนี้ อาจใช้บริการสอบถามผ่านทาง E-mail หรือ Chat กับผู้ใช้งานNews Group หรือ Group/Thread Discussion ก็ได้ เมื่อค้นได้download หรือถ่ายโอนข้อมูลที่สืบค้นได้โดยใช้บริการถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลและ(File Transfer Protocol หรือ FTP) โดยทั่วไปในปัจจุบัน การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ต นิยมใช้โปรแกรม Browsers Engine บริการ Webเช่น Internet Explorer หรือ Netscape แล้วเรียกใช้บริการ www ประกอบกับการใช้ Searchซึ่งมีอยู่มากมายบนอินเทอร์เน็ตในการสืบค้น เมื่อสืบค้นได้แล้ว โปรแกรม Web Browsers มักจะมีDownload ได้ทันทีโดยไม่ต้องอาศัยโปรแกรมอื่นๆเข้าช่วย เครื่องมือหรือโปรแกรมสำหรับการสืบค้น(Search Engine) มีอยู่มากมายและมีให้บริการSearch Engine ต่างๆ จะให้ข้อมูลที่มีความลึกในแง่มุมหรือศาสตร์ต่างๆ ไม่Search Engine ที่นิยมใช้มีทั้งเว็บไซต์ที่เป็นของต่างประเทศ และของไทยเอง ตัวอย่าง http://www.sanook.com http://www.siamguru.com เป็นต้น . NEAR BEFORE เลือก Search Engine ที่เหมาะสม เลือกเว็บไซต์ที่อยู่ใกล้และอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม การเลือกใช้คำสำคัญ (Keyword) หรือหัวเรื่อง(Subject) ที่ตรงกับเรื่องที่ต้องการ กำหนดขอบเขตของคำค้น โดยใช้ตัวเชื่อมบูลีน(Boolean Operators) เช่น AND OR NOTเป็นต้น หรือการค้นวลี(Phrase Searching) การตัดคำ หรือการใช้คำเหมือน ดังต่อไปนี้ - AND หรือ เครื่องหมาย + ใช้เมื่อต้องการให้ค้นเอกสารที่มีคำทั้งสองคำปรากฏ เช่นResearch AND Thailand ข้อมูลที่ได้จะมีเฉพาะคำว่า Research และ Thailand อยู่ในเอกสาร ใช้เมื่อต้องการค้นหน้าเอกสารที่มีคำใดคำหนึ่งปรากฏ เช่น Research ORข้อมูลที่ได้จะมีคำใดคำหนึ่งหรือมีทั้งสองคำปรากฏอยู่ในเอกสาร หรือ เครื่องหมาย ใช้เมื่อต้องการตัดคำที่ไม่ต้องการให้ค้นออก (คำหลัง NOT -) เช่น Research NOT Thailand ข้อมูลที่ได้จะมีคำว่า Research แต่จะไม่มีคำว่าThailand อยู่ในเอกสาร - NEAR หรือใกล้เคียงกัน ใช้เมื่อต้องการให้คำที่กำหนดอยู่ห่างจากกันไม่เกิน 10 คำ ในประโยคเดียวกัน(อยู่ด้านหน้าหรือหลังก็ได้) เช่น Research NEAR Thailand ข้อมูลที่ได้จะมีคำว่า Research Transportation in - BEFORE และ Thailand ที่ห่างกันไม่เกิน 10 คำ ตัวอย่างเช่น Research on the Cost ofThailandใช้เมื่อต้องการกำหนดให้คำแรกปรากฏอยู่ข้างหน้าคำหลังในระยะห่างไม่เกิน 8 คำ เช่น Research BEFORE Thailand - AFTER ใช้เมื่อต้องการกำหนดให้คำแรกปรากฏอยู่ข้างหลังคำหลังในระยะห่างไม่เกิน 8 - (parentheses) เช่น
   -เป็นการใช้เครื่องหมายอัญประกาศ มีการเรียงลำดับคำตามที่กำหนดเท่านั้น เช่น
เป็นการใช้ตัวอักษรใหญ่กับตัวเล็กในความหมายที่แตกต่างกัน เช่นใช้ตัวอักษรใหญ่เขตข้อมูลเพื่อการค้น (Field Searching) เป็นการกำหนดเขตข้อมูลเพื่อการค้น เช่น ชนิดของข้อมูล หรือที่อยู่ของข้อมูล เป็นต้นเช่น text: “green tea” url: NASAตัวเล็กตัวใหญ่ถือว่าต่างกัน (Case sensitive) George W. Bushภาษาธรรมชาติ (Natural Language)
ขึ้นต้นชื่อเฉพาะ เช่น
   -  เป็นการสืบค้นจากคำถามที่เป็นภาษาธรรมชาติ เช่น ใช้คำถามภาษาอังกฤษง่ายๆ
ที่ต้องการให้
คำ เช่น Research AFTER Thailandใช้เมื่อต้องการกำหนดให้ทำตามคำสั่งภายในวงเล็บก่อนคำสั่งภายนอก(Research OR Quantitative) and Thailandการค้นวลี (Phrase searching) (“ ”) เมื่อต้องการกำหนดให้ค้นเฉพาะหน้าเอกสารที่“Methodology Research”การตัดคำ (Word stemming / Truncation) เป็นการใช้เครื่องหมาย ตัวอักษรที่กำหนด เช่น asterisk (*) ตามท้ายคำ 3 คำขึ้นไป เพื่อค้นหาคำที่ขึ้นต้นด้วยResearch*คำพ้องความหมาย (Synonym) เป็นการใช้คำเหมือนที่มีความหมายเดียวกันหรือใกล้เคียงกันเพื่อช่วยให้ค้นเรื่องที่Ocean Sea Marineเทค
แหล่งข้อมูลสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ และใหญ่ที่สุดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาแทบทุกวินาที ดังนั้นในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ตควร

เทคนิคการค้นหาข้อมูลจากเว็บ Google ให้ได้ทุกอย่างที่เราต้องการ
เป็นเทคนิคการใช้งานเว็บ Google ในการค้นหาข้อมูล , โหลดโปรแกรม , โหลดเพลง และอื่น ๆ ครับ (เก็บตก มาจากตามเว็บบอร์ด ต่าง ๆ เลยมาบอกต่อ ๆ กันครับ)
(ข้อแนะนำ : คุณควรจะดาวน์โหลด มาเพื่อการทดลอง ทดสอบ หรือการศึกษาเท่านั้น)
วิธีที่หนึ่ง
พิมพ์คำเหล่านี้ ใน Google Search
(1)
" parent directory " /spectralab 4.3213/ -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(2)
" parent directory " DVDRip -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(3)
" parent directory "Xvid -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(4)
" parent directory " Gamez -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(5)
" parent directory " MP3 -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums
(6)
" parent directory " Name of Singer or album -xxx -html -htm -php -shtml -opendivx -md5 -md5sums

หมายเหตุ ให้คุณเปลี่ยน คำที่ตามหลัง parent directory เช่น MP3 Gamez appz DVDRip เป็นสิ่งที่คุณอยากได้ แล้วก้อค้นหา คุณจะพบกับ ความมหัศจรรย์ใน Google
วิธีที่สอง
พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google
?intitle:index.of? mp3
จากนั้นแค่เพิ่มชื่อ เพลง อัลบั้ม นักร้อง ลงไป เช่น ?intitle:index.of? mp3 myfavoritesongs
วิธีที่สาม
พิมพ์คำต่อไปนี้ใน Google
inurl:micr0s0f filetype:iso
จากนั้น ก้อเปลี่ยน คำว่า micr0s0f กับคำว่า iso เป็นคำที่คุณต้องการ เช่น inurl:myc0mpany filetype:zip
เพิ่มเติม
1.Google จะใช้ and (และ) อยู่ในประโยคเสมอ เช่น ค้นหา harvest moon back to nature Google จะค้นหาแบบ harvest AND moon AND back... (พูดง่ายๆคือค้นหาแบบแยกคำ)
2. การใช้ OR (หรือ) คือการให้ Google หาข้อมูลมากขึ้นจาก คำA และ คำB (พูดง่ายๆ คือนำผลที่ได้ มารวมกันรวมกัน) วิธีใช้ พิมพ์ OR ด้วยตัวใหญ่ระหว่างคำที่ต้องการ เช่น vacation london OR paris คือหาทั้งใน London และ Paris
3. Google จะละคำทั่วๆไป (เช่น the, to, of) และตัวอักษรเดี่ยว เพราะจะทำให้ค้นหาช้าลง แต่ถ้าคำพวกนั้นสามารถช่วยให้หาข้อมูลง่ายขึ้น ก็ต้องใช้เครื่องหมาย + ช่วยโดยนำไปอยู่หน้าคำนั้น (ต้องเว้นวรรคก่อนด้วย) เช่น back +to nature หรือ final fantasy +x
4. Google สามารถกันขอบเขตการค้นหาให้เล็กลงด้วยการใช้ Advanced Search หรือ การค้นหา แบบพิเศษ ใน Google ภาษาไทย
5. Google สามารถตัดคำพ้องรูปได้โดยใช้เครื่องหมาย - ช่วยโดยการนำไปอยู่คำที่จะตัด เช่น คำว่า bass มี 2 ความหมายคือ เกี่ยวกับปลา และดนตรีเราจะตัดที่มีความหมายเกี่ยวกับดนตรีออกโดยพิมพ์ bass -music หมายความว่า bass ที่ไม่มีคำว่า music นอกจากนี้มันยังสามารถตัดอย่างอื่นได้อีก เช่น "front mission 3" -filetype pdf หมายความว่า เรื่องเกี่ยวกับ front mission 3 แต่ไม่แสดงไฟล์ PDF
6. การค้นหาแบบทั้งวลี (คือการค้นหาทั้งกลุ่มคำ) ให้ใช้เครื่องหมาย " " เช่น "Breath of fire IV"
7. Google สามารถแปลเว็บภาษา Italian, French, Spanish, German, และ Portuguese เป็น ภาษาอังกฤษได้ (โดยคลิ้กที่คำว่า "Translate this page" ด้านข้างชื่อเว็บ)
8. Google สามารถหาไฟล์ในรูปแบบอื่นๆที่ไม่ใช่ HTML ได้ ประเภทไฟล์ที่รองรับคือ
Adobe Portable Document Format (นามสกุลของไฟล์ pdf)
Adobe PostScript (นามสกุลของไฟล์ ps)
Lotus 1-2-3 (นามสกุลของไฟล์ wk1, wk2, wk3, wk4, wk5, wki, wks, wku)
Lotus WordPro (นามสกุลของไฟล์ lwp)
MacWrite (นามสกุลของไฟล์ mw)
Microsoft Excel (นามสกุลของไฟล์ xls)
Microsoft PowerPoint (นามสกุลของไฟล์ ppt)
Microsoft Word (นามสกุลของไฟล์ doc)
Microsoft Works (นามสกุลของไฟล์ wks, wps, wdb)
Microsoft Write (นามสกุลของไฟล์ wri)
Rich Text Format (นามสกุลของไฟล์ rtf)
Text (นามสกุลของไฟล์ ans หรือ txt)
วิธีใช้ filetype:นามสกุลของไฟล์ เช่น "Chrono Cross" filetype:pdf หมายความว่าเอกสารของ Chrono Cross ที่เป็น PDF และมันยังมีความสามารถดูไฟล์เหล่านั้นในรูปแบบของ HTML ได้ (โดยคลิ้ก View as HTML หรือ รูปแบบ HTML ใน Google ไทย)
9. Google สามารถเก็บ Cached ของเว็บที่จะเข้าชมไว้ได้ (โดยคลิ้กที่ Cached หรือ ถูกเก็บไว้ ใน Google ภาษาไทย) ประโยชน์ของมันคือช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บบางเว็บที่อาจโดนลบไปแล้ว โดยข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลก่อนถูกลบ (ใหม่สุดที่มันจะมีได้)
10.Google สามารถค้นหาหน้าที่คล้ายกัน (โดยคลิ้ก Similar pages หรือ หน้าที่คล้ายกัน ใน Google ภาษาไทย) โดยจะค้นหาข้อมูลที่คล้ายๆ กันให้เรา เช่น ถ้าเรากำลังหาข้อมูลการวิจัย ความสามารถนี้จะช่วยให้หาข้อมูลได้มากมายในเวลาที่รวดเร็วโดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่อง keyword
11.Google สามารถค้นหา link ทั้งหมดที่เชื่อมไปยังเว็บนั้นได้ วิธีใช้ link:ชื่อ URL เช่น link:www.google.com แต่คุณไม่สามารถใช้ความสามารถนี้ร่วมกับการหาแบบอื่นๆ ได้
12.Google สามารถค้นหาเว็บที่จำเพาะเจาะจงได้ โดยพิมพ์ คำที่คุณต้องการเจาะจง site:ชื่อ URL เช่น ถ้าคุณต้องการหาเว็บเกี่ยวกับการเข้า (admission) มหาวิทยาลัย Stanford ให้พิมพ์ admission site:www.stanford.edu
13.ถ้าคุณมีเวลาน้อย (และคิดว่าโชคดี) Google มีบริการการค้นหาด่วน (ชื่อบริการ I'm Feeling Lucky) โดยที่ Google จะนำเว็บที่อยู่ลำดับแรกของการค้นหา ส่งให้คุณเลย (link ไปเว็บนั้นให้เสร็จ) เช่น คุณต้องการค้นหาเว็บมหาวิทยาลัย Stanford อย่างด่วนให้พิมพ์ Stanford แล้วกด I'm Feeling Lucky หรือ ใช่เลย! เจอแน่ๆ ใน Google ไทย
14.Google สามารถหาแผนที่ของสหรัฐอเมริกาได้โดยพิมพ์ ที่อยู่ ชื่อถนน พร้อมด้วยชื่อรัฐ เช่น 165 University Ave Palo Alto CA Google จะจัดการส่งแผนที่คุณภาพสูงมาให้คุณ
15.Google สามารถหาเบอร์โทร (เฉพาะอเมริกา) หรือพิมพ์เบอร์โทรแล้วหาบริษัทได้โดยพิมพ์
first name (or first initial), last name, city (state is optional)
first name (or first initial), last name, state
first name (or first initial), last name, area code
first name (or first initial), last name, zip code
phone number, including area code
last name, city, state
last name, zip code
แล้วแต่ว่าคุณจะใช้แบบไหน
16.Google สามารถค้นหา Catalog สินค้าได้ (เข้าไปที่ http://catalogs.google.com)
17.Google สามารถเก็บข้อมูลลักษณะการใช้ที่คุณต้องการได้โดยเข้าไปที่ Preferences หรือ ตัวเลือก ใน Google ไทยผู้สืบค้นหรือผู้วิจัยที่จะนำข้อมูลสารสนเทศไปใช้ ควรตั้งวัตถุประสงค์การสืบค้นที่ชัดเจน ทำให้สามารถกำหนดขอบเขตของแหล่งข้อมูลสารสนเทศที่จะสืบค้นให้แคบลง กำหนดประเภทของเครื่องมือหรือโปรแกรมสำหรับการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า
ข้อมูลสารสนเทศถูกสร้างขึ้น เช่น ช่วงปีที่ตีพิมพ์ของวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้เพื่อให้ผลการสืบค้นมีปริมาณไม่มากเกินไป มีความตรง อีกทั้งยังสามารถสืบค้นได้ผลในเวลาอันรวดเร็ว ข้อมูลสารสนเทศที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตมีมากมายหลายประเภท มีลักษณะเป็นมัลติมีเดีย คือมีทั้งที่เป็นข้อความ
ที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุด และแพร่หลายที่สุด คือ การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศประเภทข้อความ สำหรับการสืบค้นข้อมูลที่เป็นภาพ ประสิทธิภาพ จึงยังไม่มีการสืบค้นข้อมูลประเภทอื่นๆ นอกจากประเภทข้อความในการให้บริการการสืบค้นก่อนที่ผู้สืบค้นจะสามารถสืบค้นข้อมูลสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ตได้ ต้องมีการจัดเตรียมบนอินเทอร์เน็ตการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ต
ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานในการใช้งานคอมพิวเตอร์
Literacy) ต้องมีการจัดสรรเวลาให้เหมาะสมอีกด้วย
4. บริการบนอินเทอร์เน็ตที่สามารถใช้ช่วยในการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศมีมากมายหลายบริการเช่น บริการเครือข่ายใยแมงมุมโลก หรือ ค้นหาโปรแกรมใช้งาน อินเทอร์เน็ตอื่นๆ หรือสอบถามผ่าน แหล่งข้อมูลแล้วอาจ โปรแกรม
5. เครื่องมือหรือโปรแกรมสำหรับการสืบค้นอยู่ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่ใช้บริการการสืบค้นข้อมูลโดยเฉพาะ การเลือกใช้นั้นขึ้นกับประเภทของข้อมูลสารสนเทศที่ต้องการสืบค้น เท่ากัน ตัวอย่างเว็บไซต์ของต่างประเทศ ได้แก่
http://www.yahoo.com http://www.google.com http://www.infoseek.com
http://www.ultraseek.com http://www.lycos.com http://www.excite.com
http://www.altavista.digital.com http://www.opentext.com http://www.hotbot.com
http://www.webcrawler.com http://www.dejanews.com http://www.elnet.net/

วิธีค้นการหาข้อมูลโดยใช้ YAHOO
การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เป็นวิธีการที่รวดเร็ว และประหยัด แต่มีข้อเสียอยู่นิดหนึ่ง คือเสียค่าใช้จ่ายมาก ยิ่งถ้าคุณได้รู้วิธีการใช้บริการค้นหาข้อมูลอย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพที่ www.yahoo.com แล้วล่ะก็ คุณจะสามารถหาไซต์ที่ต้องการ ได้อย่างสะดวกและง่ายดายYahoo ถือว่าเป็นบริการค้นหาข้อมูลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจาก Yahoo แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ลักษณะ คือ เป็นทั้ง Directories และ Search engineโดยที่การค้นหาข้อมูลแบบ Directories นั้น มีวิธีการค้นหาที่แตกต่างจากแบบ Search engine ตรงที่ ข้อมูลจะถูกจัดเก็บ ในลักษณะ ที่เป็นหมวดหมู่ หรือแยกตามประเภท ที่กระทำโดยคน ไม่ใช่โดย โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งวิธีการค้นหาข้อมูลแบบนี้ จะทำได้โดยการเข้าไปดูทีละ categories และเข้าไป ใน sub-categories ซึ่งเริ่มจากหัวข้อที่เป็นเรื่องทั่วไปหรือกว้าง ๆ ก่อน แล้วจึงเข้าสู่หัวข้อ ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง ถึงหัวข้อที่เราต้องการ ข้อดีของการจัดโครงสร้างแบบนี้ คือ จะทำให้คุณ มีโอกาสเลือก ในสิ่งที่ต้องการได้ในขณะที่เข้าไปในหัวข้อย่อยนั้น ๆ ต่สำหรับการค้นหาข้อมูลแบบ Search engine นั้นเป็นการค้นหาข้อมูลจาก Keyword ที่คุณพิมพ์ลงไป โดยที่คุณจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า มีข้อมูลอะไรบรรจุไว้ในนั้นบ้าง จนกว่าคุณจะพิมพ์คำ ที่ต้องการค้นหาลงไป ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ในครั้งแรก อาจจะต้องลองเปลี่ยนคำที่เป็น Keyword หลายครั้ง หรืออาจจะต้อง กลั่นกรองคำที่ค้นหาเพื่อให้ผลลัพธ์แคบลง และอาจจะต้องพยายามใหม่อีกหลายครั้ง ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ผลลัพธ์ที่แสดงขึ้นมาจากการค้นหาข้อมูลแบบ Search engine จึงเป็นผลลัพธ์ที่ มีจาก Keywords ที่คุณพิมพ์ลงไปนั่นเอง
การค้นหาข้อมูลแบบ DirectoriesYahoo ได้จัดแบ่งลักษณะโครงสร้างแบบ Directories หรือการจัดหมวดหมู่ ออกเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ 14 หัวข้อ คือ
  1. Arts and Humanities
  2. Business and Economy
  3. Computers and Internet
  4. Education
  5. Entertainment
  6. Government
  7. Health
  8. News and Media
  9. Recreation and Sports
  10. Reference
  11. Regional
  12. Science
  13. Social Science
  14. Society and Culture
นอกจากนี้ Yahoo ยังได้แบ่งประเภทของเว็บไซต์ที่เป็นการค้า (commercial) กับเว็บไซต์ ที่ไม่ได้เป็นการค้า (Non-commercial) ออกจากกันด้วย โดยทุกเว็บไวต์ ที่มีการขายสินค้า หรือบริการ จะถูกจัดไว้ในหัวข้อหลัก Business and Economy ซึ่งจะช่วยให้เราค้นหาข้อมูล ได้ง่ายยิ่งขึ้น สมมุติว่า คุณต้องการจะหาเว็บไซต์ ที่ขาย ไม้เทนนิส คุณควรจะเข้าไปที่หัวข้อ Business and Economy แทนที่จะเข้าไปที่หัวข้อ Recreation and Sports จากนั้น เลือกหัวข้อย่อย Companies : Sports : Tennis : Equipment : Racquets รายชื่อบริษัทที่ขายไม้เทนนิสก็จะปรากฎขึ้นมา
ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งคือ Yahoo ได้แบ่งประเภทของเว็บไซต์ ที่เป็นของประเทศอื่น ซึ่งไม่ใช่ สหรัฐอมริกา ไว้ในหัวข้อต่างหาก อีกหัวข้อหนึ่ง คือหัวข้อ Regional และเมื่อเข้าไปที่หัวข้อย่อย Countries คุณจะพบกับรายชื่อของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
หลักในการค้นหาข้อมูลแบบ Search engine มีวิธีการดังต่อไปนี้
  1. พิมพ์คำ หรือวลีที่คุณต้องการค้นหาลงไปในช่องว่างเลยโดยพิมพ์เป็นต้วอักษรตัวเล็กแล้ว คลิ้กที่ปุ่ม Search ผลลัพธ์ก็จะปรากฎขึ้นมา
  2. คุณสามารถใช้ wildcard เพื่อช่วยในการค้นหาข้อมูลได้ด้วยโดยการใช้เครื่องหมายดอกจัน (*) ตัวอย่างเช่น ต้องการหาคำทั้งหมดที่ขึ้นต้นคำว่า refresh ให้พิมพ์ว่า refresh* ลงในช่องว่าง Yahoo จะทำการค้นหาคำต่าง ๆ ที่ขึ้นด้วย refresh เช่น refreshing , refreshment , และ refresher
  3. ในกรณีที่ต้องการค้นหาวลี(คำที่อยู่ติดกันตั้งแต่ 2 คำขึ้นไป) ให้ใช้เครื่องหมาย [……….] ล้อมรอบ เช่น [office 97] ไม่เช่นนั้น Yahoo จะแสดงผลลัพธ์ของทุกเว็บไซต์ที่มีคำว่า office กับคำว่า 97 ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการ
  4. ใช้บูลีนซึ่งประกอบด้วย AND, OR, NOT ช่วยในการค้นหา ตัวอย่างเช่น pattaya AND phuket จะค้นหาเฉพาะเว็บไซต์ที่มีคำทั้งสองคำนี้อยู่ ส่วน pattaya OR phuket จะทำการค้นหาเว็บไซต์ที่มีคำใดคำหนึ่ง หรือทั้งสองคำนี้อยู่สำหรับ pattaya NOT phuket จะทำการค้นหาเฉพาะเว็บไซต์ที่มีคำว่า pattaya โดยไม่มีคำว่า phuket อยู่ด้วย
  5. ใช้เครื่องหมายบวก (+) และเครื่องหมายลบ (-) โดยที่เราจะใช้เครื่องหมายบวก เมื่อเราต้องการ ให้คำ ๆ นั้นอยู่ด้วยในผลลัพธ์ทั้งหมด เช่น scuba diving + phuket และเราจะใช้เครื่องหมายลบ นำหน้าคำที่ไม่ต้องการให้อยู่ในผลลัพธ์ เช่น scuba diving - phuket
  6. ในกรณีที่ต้องการค้นหาเฉพาะ title ให้พิมพ์ t: นำหน้าคำหรือวลี เช่น t: elvis prestley
  7. ถ้าต้องการค้นหาเฉพาะ URL ให้พิมพ์ u: นำหน้าคำหรือวลี เช่น u: toyota
สัญญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฎใน Yahoo
  1. แว่นกันแดด หมายถึง เว็บไซต์นั้นดีมาก ขอแนะนำให้เข้าไปดู
  2. Xtral หมายถึง มีข่าวล่าสุดเกี่ยวกับหัวข้อนั้น
  3. @ หมายถึง ข้อมูลใน category นั้น ได้ถูกจัดให้อยู่ใน category อื่นด้วย เช่น เบ็ดตะปลา นอกจากจะอยู่ในหัวข้อ Business and Economy ด้วย



การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการวิจัย
3. อุปกรณ์ดังต่อไปนี้ คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อเข้าอินเทอร์เน็ตซึ่งอาจเป็น
สายโทรศัพท์ หรือแผ่น การสื่อสาร

 

เป็นต้น สำหรับเว็บไซต์ของไทย ได้แก่
การสืบค้นข้อมูลสารสนเทศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการวิจัย

เว็บไซต์ที่ให้บริการ

Search Engine
เครื่องมือในการค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต
Search Engine
เป็นเครื่องมือหรือโปรแกรมในการค้นหาเว็บต่างๆ โดยมีการเก็บ รายชื่อเว็บไซต์
และข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆ ของเว็บไซต์และนำมาจัดเก็บไว้ใน server เพื่อให้สามารถค้นหาและ
แสดงผลได้สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ บาง search engine อาจไม่ได้มีการเก็บข้อมูลใน
server
ของตัวเอง แต่อาจอาศัยข้อมูลจากเจ้าของ server นั้นๆ เครื่องมือหรือโปรแกรมสำหรับการสืบค้น (Search Engine) มีอยู่มากมายและมีให้บริการ
อยู่ตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่ใช้บริการการสืบค้นข้อมูลโดยเฉพาะ การเลือกใช้นั้นขึ้นกับประเภทของข้อมูล สารสนเทศที่ต้องการสืบค้น Search Engine ต่างๆ จะให้ข้อมูลที่มีความลึกในแง่มุมหรือศาสตร์ต่างๆ ไม่ เท่ากัน ตัวอย่าง Search Engine ที่นิยมใช้มีทั้งเว็บไซต์ที่เป็นของต่างประเทศ และของไทยเอง ตัวอย่าง เว็บไซต์ของไทยและต่างประเทศ ได้แก่
website ภาษาไทย
website ภาษาอังกฤษ

Search Engine แต่ละแห่งมีวิธีการและการจัดเก็บฐานข้อมูลที่แตกต่างกันไปตามประเภทของ
Search Engine
ที่แต่ละเว็บไซต์นำมาใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ดังนั้นการที่คุณจะเข้าไปหาข้อมูล
หรือเว็บไซต์ โดยวิธีการ Search นั้น อย่างน้อยเราจะต้องทราบว่า เว็บไซต์ที่คุณเข้าไปใช้บริการ ใช้วิธีการหรือ ประเภทของ Search Engine อะไร เนื่องจากแต่ละประเภทมีความละเอียด
ในการจัดเก็บข้อมูลต่างกันไป ที่นี้เราลองมาดูซิว่า Search Engine ประเภทใดที่เหมาะกับการค้นหาข้อมูลของเรา
ภาพจาก http://www.hosting.co.th/
เพิ่มเติม เว็บไซต์ที่ใช้ในการสืบค้นข้อมูลที่ได้รับความนิยม
website
ลักษณะการให้บริการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
Yahoo เป็น Site ที่ได้รับความนิยมมากสูงสุดตัวหนึ่ง การจัดระบบรายงานผลเป็นแบบ Subject Base Directory คือเริ่มจากการกำหนดหัวข้อใหญ่(Topics) แล้วจึงแตกแขนงย่อยลงไปเรื่อยๆ Yahoo เน้นความสำคัญกับระบบ Directory มากกว่าระบบ Search Engine
เป็นเครื่องมือสืบค้นที่มีประสิทธิภาพที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนรู้จักดี มีเครื่องมืออันทรงพลังในการค้นหาข้อมูล มีฐานข้อมูลครอบคลุมและการใช้งานที่ง่าย มีเครื่องมือค้นหาแบ่งเป็น 2 แบบคือ
1.Simple Search 2.Advanced Search
เป็นเครื่องมือสืบค้นที่มีขอบข่ายของการค้นหาที่กว้างไกลเพราะมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่กว่า 120 ล้านหน้า เป็นรองเพียง altavista และ Northenlight เท่านั้น Hotbotมุ่งเน้นการบริการค้นหาข้อมูลและขยายขอบเขตของฐานข้อมูล Hotbot ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือ
1. Main Page 2.Advance Search Page
Lycos เป็น Search Engine ขนาดกลาง(ประมาณ 60 ล้านหน้า) เน้นรูปแบบการนำเสนอผลการค้นหาอย่างเป็นระบบ Lycos เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วๆไปที่ต้องการเรื่องราวที่ไม่ซับซ้อนและต้องการคำแนะนำควบคู่กันไประหว่างคนหา สามรถปรับปรุงการแสดงผลให้มีความหลากหลายรูปแบบหรือจำกัดการค้นหาเฉพาะเรื่อง เช่น สนใจเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับหนังสือหรือข่าว เป็นต้น
Excite จัดเป็นเครื่องมือสืบค้นขนาดกลาง(ประมาณ 55 ล้านหน้า)ประสบความสำเร็จมายาวนาน มีจุดเด่นคือขนาดฐานข้อมูลที่เหมาะสมและโปรแกรมการค้นหาและแสดงผลที่ยอดเยี่ยม
Metacrawler จัดเป็น Meta-Site ที่เก่าแก่ใช้โปรแกรมการสืบค้นของ WebCrawler, Yahoo,Lycos,Altavista,Infoseek ฯลฯ ในการค้นหาข้อมูลสามารถเลือกใช้เทคนิคการทำ Simple Search ของทุก Search Engine ที่กล่าวมา
สรุปประเภทของ Search Engine
วิธีการสืบค้น
ชื่อเว็บไซต์ / URL ที่ให้บริการ
// Keyword Index //
Alta Vista
AOL
Excite
Hotbot
Lycos
LookSmart
--->
--->
--->
--->
--->
--->
URL : http://www.altavista.digital.com
URL : http://www.aol.com
URL : http://www.excite.com
URL : http://hotbot.lycos.com
URL : http://www.lycos.com
URL : http://www.looksmart.com

// Subject Directories //
Galaxy
Magellan
NetGuide
WebCrawler
Yahoo
--->
--->
--->
--->
--->
URL : http://www.einet.net
URL : http://magellan.excite.com
URL : http://www.netguide.com
URL : http://www.webcrawler.com
URL : http://www.yahoo.com

// Metasearch Engines //
Dogpile
Mamma
MetaCrawler
MetaFind
OneSeek
--->
--->
--->
--->
--->
URL : http://www.dogpile.com
URL : http://www.mamma.com
URL : http://www.metacrawler.com
URL : http://www.metafind.com
URL : http://www.oneseek.com

วิธีการค้นหา
เพียงพิมพ์คำที่เราต้องการค้นหา หรือที่เราเรียกว่า Key Word และกดปุ่ม Search ประโยชน์ที่ได้รับจาก Search Engine
  • ค้นหาเว็บที่ต้องการได้สะดวก รวดเร็ว
  • สามารถค้นหาแบบเจาะลึกได้ ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ, ข่าว, MP3 และอื่นๆ อีกมากมาย
  • สามารถค้นหาจากเว็บไซต์เฉพาะทาง ที่มีการจัดทำไว้ เช่น download.com
    เว็บไซต์เกี่ยวกับข้อมูลและซอร์ฟแวร์ เป็นต้น
  • มีความหลากหลายในการค้นหาข้อมูล
  • รองรับการค้นหา ภาษาไทย
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาในรูปแบบของ Search Bar ที่ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเข้าผ่านเว็บไซต์
Search Engine
เหล่านั้นโดยตรงแล้ว ตัวอย่าง Search Bar ที่ขอแนะนำ เช่น
Google Search Bar, Yahoo Search Bar
เป็นต้น

Search Bar
การค้นหาข้อมูลอีกวิธีหนึ่งที่เป็นที่นิยมนอกเหนือจากการเข้าไปยังเว็บไซต์ search engine ต่างๆ เหล่านั้นเพื่อทำการค้นหาข้อมูลแล้ว โดยการนำโปรแกรมมาติดตั้งภายในเครื่องของเรา โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปยังเว็บไซต์นั้นโดยตรง และมีช่องว่างให้เราใส่คำที่เราต้องการค้นหา
(key word)
ก็เป็นวิธีหนึ่งที่สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราเรียกโปรแกรมนี้ว่า Search Bar

Search Bar
มีที่ไหนบ้าง
ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจก่อนว่า Search Bar มีหลายค่าย หลายเว็บที่จัดทำขึ้น แนะนำว่า
ถ้าต้องการลองติดตั้ง Search Bar ควรเลือกเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้เท่านั้น เพราะมีหลายๆ
เว็บที่ทำเกี่ยวกับ Search Bar แล้วมีการหลอกลวง หรือมี pop-up โฆษณา ซึ่งก่อนให้
เกิดความรำคาญแก่ผู้ใช้งานเป็นอันมาก
Search Bar แนะนำ
  • Yahoo.com
    ไม่จำเป็นต้องเข้าไปยังเว็บไซต์ของ Yahoo ก็สามารถค้นหาข้อมูลได้โดยผ่าน Search Bar นี้ พร้อมกันนี้ได้เพิ่มความสามารถในการป้องกัน Spyware รวมทั้ง pop-up โฆษณาให้ด้วย

    ภาพจาก http://www.it-guides.com/
  • Google.com
    นอกจากสะดวกในการไปจำเป็นต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Google.com ก่อนแล้ว
    ยังได้เพิ่มความสามารถในการป้องกัน pop-up ให้ด้วย และที่สำคัญรองรับการทำงาน
    ภาษาไทยและภาษาอื่นๆ อีกมากมาย...
    ภาพจาก http://www.it-guides.com/

เพื่อประหยัดเวลาในการสืบค้น ได้ข้อมูลในปริมาณไม่มากเกินไป และได้ผลการสืบค้นที่ตรงตาม
ประสงค์ของผู้สืบค้น สามารถใช้เทคนิคเหล่านี้ ได้แก่-

4.1 Boolean Operators
ค้นหาคำว่า
- OR Thailand
- NOT
หรือ เครื่องหมาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น